การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19

การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของไทยโดยเฉพาะที่จังหวัดภูเก็ต

        การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 ไม่เพียงทำให้นักท่องเที่ยวในจีนที่เคยเดินทางมาท่องเที่ยวที่จังหวัดภูเก็ตหายไปเกือบร้อยละ 80-90 % แต่ยังทำให้นักท่องเที่ยวจากหลายประเทศในตอนนี้ตัดสินใจยกเลิกการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยและเปลี่ยนไปเที่ยวที่ประเทศอื่นแทน

เนื่องจากประเทศไทยอยู่ในกลุ่มของประเทศที่มีการติดเชื้อและแพร่ระบาดของไวรัสโควิด -19 ในตอนนี้หลายหลายธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวกำลังเป็นอัมพาต  ซึ่งจากการที่นักข่าวได้ลงไปสำรวจพื้นที่ในจังหวัดภูเก็ต ส่วนใหญ่ตอนนี้อย่างเช่นร้านอาการจะสังเกตได้ว่าโต๊ะและเก้าอี้ภายในร้านไม่มีคนมานั่งเลย

หลังจากนักท่องเที่ยวชาวจีนไม่ได้เดินทางมาเที่ยวซึ่งปกติทางร้านค้าจะต้องมีลูกทัวร์จากจีนเดินทางมากินอาหารทุกวัน ซึ่งนักข่าวได้ลงไปตรวจสอบร้านอาหารร้านหนึ่งโดยทางเจ้าของร้านเล่าให้ฟังว่าหลังจากที่ไม่มีทัวร์มาลง ก็ไม่มีลูกค้าเข้าร้านเลยซึ่งตอนนี้ก็ต้องแบ่งให้พนักงานที่ทำงานร้านอาหารต้องสลับกันมาทำงานที่ร้านและต้องรับเงินเดือนคนละครึ่งเดือน

ซึ่งพนักงานบางคนก็ต้องไปหาอาชีพเสริมทำ เช่น การทำงานก่อสร้างและร้านค้าก็ต้องมาเปิดขายส้มตำอยู่หน้าร้าน เพื่อนำเงินที่ขายส้มตำได้มาพยุงธุรกิจและดูแลพนักงาน เพื่อให้พนักงานได้มีงานทำได้นานที่สุด  ซึ่งผลกระทบนี้ไม่ได้มีแต่เฉพาะที่ร้านอาหารนี้เท่านั้น

บริษัททัวร์ต่างต่างก็พากันปิดกิจการลง

เพราะไม่มีนักท่องเที่ยวและยังมีร้านค้าอื่นอื่นในหาดป่าตองต่างก็ออกมาบอกว่าธุรกิจที่ทำอยู่กำลังประสบกับปัญหาไม่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยว ซึ่งไม่ใช่เฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนเท่านั้นที่หายไป และนักท่องเที่ยวประเทศอื่นก็หายไปด้วยตลอดระยะเวลาสองเดือนมานี้นักท่องเที่ยวทยอยลดลงเรื่อยเรื่อย

ซึ่งสาเหตุก็มาจากปัญหาเรื่องของเชื้อไวรัสโควิด -19 เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อไวรสโควิด-19 ทำให้นักท่องเที่ยวเลี่ยงที่จะไปเที่ยวที่อื่นแทน ซึ่งนอกจากผลกระทบกับร้านค้าแล้ว ร้านคาบาเร่โชว์ก็ไม่มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมอีกด้วย

และในตอนนี้สายการบินต่างต่าง ต่างก็พากันลดจำนวนเที่ยวบินที่จะนำนักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่ภูเก็ตลดลงเพราะไม่มีนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมา ซึ่งในตอนนี้ผลกระทบกับการท่องเที่ยวเป็นแบบห่วงลูกโซ่ทุกคนและทุกอาชีพกระทบกันไปหมด

เมื่อไม่มีนักท่องเที่ยวทุกคนก็ไม่มีงานทำ ซึ่งผลกระทบเกี่ยวกับการท่องเที่ยวนี้ไม่ได้มีผลเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวที่จังหวัดภูเก็ตเท่านั้น ตอนนี้ทั่วทุกภาคของประเทศไทยต่างก็พากันพบปัญหาไม่มีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการ จนกิจการต่างต่าง ต้องพากันปิดตัวลงซึ่งโรงแรมหลายที่ แทบไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาพักเลย

วันนี้มีคดีใหญ่ที่เกิดขึ้นที่จังหวัดพิษณุโลก

ดับสลดยกครัว 5 ศพพร้อมหมาอีก 6 ตัวด้วยวิธีกินยาพิษและรมควันตัวเอง

วันนี้มีคดีใหญ่ที่เกิดขึ้นที่จังหวัดพิษณุโลก เป็นเหตุการณ์ที่น่าเศร้าเพราะว่ามีเหตุการณ์ครอบครัวหนึ่งในจังหวัดพิษณุโลกก่อเหตุซดยาพิษและรมควันตัวเอง เสียชีวิตกันทั้งครอบครัวรวมกันแล้ว 5 ศพและยังมีสุนัขอีก 6 ตัวซึ่งทั้งหมดเสียชีวิตในห้องเดียวกันทั้งหมด

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภอ. เมืองพิษณุโลกได้รับแจ้งเหตุว่าเจ้าของเต็นท์รถกัณตภณออโต้รมควันพร้อมกับสมาชิกทุกคนในครอบครัวเสียชีวิตรวม5 ศพและยังมีสุนัขอีก 6 ตัวในบ้านพักเลขที่ 114 หมู่ 1 ซึ่งทั้ง 5 ศพมี ร.ต.ต. กัณตภณ แป้นวงศ์  หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าเฮียตี๋ซึ่งเจ้าเป็นของเต้นท์รถกัณตภณออโต้

และยังมีนางยอดขวัญ แป้นวงศ์เป็นภรรยาของ ร.ต.ต. กัณตภณ และยังมีนางสุนิตา แป้นวงศ์แม่ของ ร.ต.ต. กัณตภณ และนาวสาว สุธิพร แป้นวงศ์ พี่สาวของร.ต.ต. กัณตภณ และคนสุดท้าย เด็กชาย รชฎ แป้นวงศ์ลูกชายของ ร.ต.ต. กัณตภณ ซึ่งมีอายุเพียงแค่ 13 ปีเท่านั้นเอง ซึ่งร.ต.ต. กัณตภณ เคยรับราชการตำรวจมาก่อนก่อนที่จะมาเปิดร้ายขายรถยนต์ดังกล่าว พร้อมกันนั้นก็มีสุนัขอีก 6 ตัว

ซึ่งห้องที่เกิดเหตุนั้นเป็นห้องนอนของแม่ของเฮียตี๋ ซึ่งเป็นห้องนอนขนาดใหญ่ จากการสอบสวนเบื้องต้นสาเหตุน่าจะมาจากเรื่องหนี้สินของครอบครัวเฮียตี๋ ซึ่งมีการคาดการณ์กันว่าเหตุการเศร้าสลดในครั้งนี้คนในครอบครัวน่าจะยินยอมพร้อมใจกันฆ่าตัวตายไปพร้อมกันยกเว้นลูกชายวัย 13 ขวบคนเดียวเท่านั้นที่อาจจะไม่รู้เรื่องนี้ด้วย

ซึ่งมีการคาดเดากันเอาไว้ว่าในตอนแรกพี่สาวของเฮียตี๋น่าจะไม่ได้ฆ่าตัวตายด้วยเพราะมีการค้นพบโน๊ตที่ทางเฮียตี๋มีการบันทึกไว้ในโทรศัพท์มือถือ ว่าเฮียตี๋ได้คิดที่จะฆ่าตัวตายทั้งครอบครัวแล้วแต่คิดถึงพี่สาวกลัวว่าพี่สาวจะต้องมาลำบากไปด้วยเฮียตี๋จึงคิดที่จะหาเงินมาสักก้อนเพื่อให้พี่เอาไว้ใช้จ่าย ซึ่งบันทึกนี้มีการบันทึกเอาไว้วันที่ 12  กุมภาพันธ์ 2563

และมีบันทึกอีกครั้งในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 โดยเฮียตี๋ได้ตัดพ้อกับโชคชะตาว่าเขาคงไม่อยากให้เราอยู่จริงจริง และตอนนี้หมดหนทางแล้ว ชีวิตตันหมดแล้ว จึงมาเป็นเหตุการณ์เศร้าสลดแบบนี้โดยทางญาติเล่าให้นักข่าวฟังว่าพวกเขาติดต่อกับครอบครัวเฮียตี๋ได้ครั้งสุดท้ายวันที่ 19 กุมภาพันธ์ตอนเวลาประมาณ 5 ทุ่มแล้วก็ติดต่อไม่ได้อีกเลย

จึงได้พากันเดินทางมาดูที่บ้านซึ่งตะโกนเรียกแล้วก็ไม่มีใครตอบจึงได้ให้หลานปืนประตูเข้าไปเปิดประตูรั้วแล้วเมื่อเข้าไปในบ้านสภาพภายในบ้านก็ปกติดีแต่มีห้องของแม่ที่มีการล็อกประตูจึงได้ตัดสินใจถีบประตูเข้าไป จึงได้เห็นว่าทั้งหมดฆ่าตัวตายร่วมกันไปแล้ว

แชร์สนั่น

 มีข่าวที่กำลังแชร์สนั่นโซเชียลอยู่ในขณะนี้

เกี่ยวกับผู้ชายคนหนึ่งที่ออกมาโพสต์ข้อความระบายความในใจลงเฟสบุ๊กของตัวเองเกี่ยวกับหญิงคนรักที่เขาคบหาดูใจกันมานาน เขากลับมาพบว่าเธอนอกใจโดยภาพในคลิปที่มีการลงเอาไว้เป็นภาพชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังร้องไห้เสียใจและในมือของเขาก็ถือถุงยางอนามัยสีชมพู

และข้างในยังมีน้ำอสุจิอยู่ ซึ่งเหมือนกับว่าเพิ่งผ่านการใช้งานมาไม่นาน  ซึ่งในคลิปเขากำลังต่อว่าแฟนสาวของเขาที่นอกใจเขาโดยฝ่ายหญิงกำลังปลอบใจและขอโทษ ข้อความที่ชายหนุ่มคนดังกล่าวมีการโพสต์ลงเฟสบุ๊ก

เป็นการเล่าระบายว่าเขารักผู้หญิงคนนี้มาก ทุ่มเทให้ทุกอย่างและยังพาไปเจอกับครอบครัวของตัวเองมาแล้ว ผู้หญิงอยากได้อะไรเขาก็หาให้ทั้งหมดเท่าที่เขาจะทำได้ แต่ฝ่ายหญิงกลับมาทำร้ายเขาด้วยการแอบนอกใจไปมีอะไรกับคนอื่น เขาไม่เข้าใจว่าฝ่ายหญิงทำกับเขาแบบนี้ได้อย่างไร  ซึ่งเขาบอกว่าเขาสังเกตมาสักพักแล้วว่าแปรงสีฟันของเขาที่เขาเอาเก็บไว้ที่ห้องของแฟนสาวที่ปกติทีต้องวางไว้คู่กัน

เขากลับพบว่าแฟนสาวเอาไปซ่อนไว้ ไม่เก็บไว้ในห้องน้ำเหมือนเดิม ซึ่งเขาพบว่าแฟนสาวทำแบบนี้มาสองครั้งแล้ว ครั้งนี้เขามารับแฟนสาวไปกินข้าวแล้วเขามาที่ห้องแล้วเขาไม่เห็นแปรงสีฟันของเขา เขาสงสัยจึงเดินหาและไปค้นในถังขยะ เขาจึงได้เห็นถุงยางอนามัย และเมื่อค้นตรงที่นอนก็เห็นว่าแฟนสาวเก็บรูปของชายชู้ไว้บนหัวนอนอีกด้วย

โดยฝ่ายชายยังมีการเฟสอีกว่า แฟนสาวติดใจเด็กอายุ 19 ปี  ชายหนุ่มในคลิปยังระบุอีกด้วยว่าเขากับแฟนสาวคบกันมาได้นานแล้วแต่แฟนสาวไม่เคยให้เขาโพสต์รูปของตัวเองกับแฟนสาวลงเฟสบุ๊กเลย

โดยอ้างเหตุผลว่าอยากให้ครบกันไปสักพักก่อนแล้วค่อยเปิดตัว สถานะในเฟสบุ๊กของแฟนสาวจะระบุว่าโสดตลอด โดยเขายังระบายอีกว่าเขาเจ็บปวดอย่างมาก เจ็บจนจุกจนพูดอะไรไม่ออก โดยเขาบอกว่า ยุคนี้คนเราไม่มีความซื้อสัตย์กันแล้วเหรอ ซึ่งเขายังบอกอีกว่าตอนนี้เขาเครียดมาและนอนไม่หลับ โดยในเฟสมีการะบุเวลาเป็น 6.46 นาฬิกา

ซึ่งหลายคนที่เข้ามาอ่านเฟสบุ๊กของชายที่โพสต์คลิปนี้ต่างก็เข้ามาให้กำลังใจชายคนดังกล่าวกันเป็นจำนวนมากและได้มีการเข้ามาแสดงความคิดเห็นและมีการแชร์คลิปนี้มากกว่า 49 ครั้ง ซึ่งหลายคนก็หวังว่าชายในคลิปจะผ่านเหตุการณ์นี้ไปได้

มีรายงานข่าวจากสำนักงานข่าวแห่งหนึ่ง

พ่อแม่ของเด็กนักเรียนเรียนเอกชน ติดหนี้ค่าเทอมที่ยังไม่ได้จ่ายสะสมกว่า 1.3 พันล้านบาทวอนรัฐบาลเร่งไขปัญหาเศรษฐกิจ

พ่อแม่ผู้ปกครองที่ส่งลูกหลานเรียนโรงเรียนเอกชน จำนวนสูงมากกว่าสองล้านครัวเรือน ยังคงไม่ได้จ่ายเงินค่าเทอมของบุตรหลานสูงถึงหนึ่งพันสามร้อยล้านบาท วอนให้รัฐบาลเข้ามาช่วยดูแลแก้ไขเพราะขนาดโรงเรียนเอกชนขนาดใหญ่ก็ยังมีปัญหาและมีหนี้สูงมากถึง 60-70 ล้านบาท

มีรายงานข่าวจากสำนักงานข่าวแห่งหนึ่งได้ออกมารายงานว่า

ได้รับข้อมูลมาจากนายกสมาคมคณะกรรมการประสานงานและส่งเสริมการศึกษาของภาคเอกชน โดยได้เข้าไปพูดคุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเกี่ยวกับโรงเรียนเอกชนตอนนี้พบปัญหาว่าผู้ปกครองมีการค้างค่าเทอมกันมากขึ้น

โดยยอดรวมเงินที่ผู้ปกครองค้างค่าเทอมของปีนี้รวมเป็นเงินมากกว่า หนึ่งพันสามร้อยล้านบาทแล้ว ซึ่งข้อมูลของที่ผู้ปกครองของโรงเรียนเอกชนค้างค่าเทอมนี้ได้เอามาจากโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศไทยซึ่งมีทั้งหมด สามพันแปดร้อยโรงเรียน

แต่ที่ไปเอาข้อมูลมาเพียงแค่ หนึ่งพันแปดร้อยโรงเรียนซึ่งถือว่าเยอะมากเพราะถ้าหากเอาข้อมูลของทั้งสามพันแปดร้อยโรงเรียนเมื่อไหร่ยอดเงินที่ผู้ปกครองค้างค่าเทอมจะต้องมากกว่านี้แน่นอนซึ่งแค่นี้ก็คิดเป็น 90 % แล้วที่ผู้ปกครองยังไม่ได้จ่ายค่าเทอมให้กับโรงเรียน แต่จากการสำรวจก็ยังคงพบว่าผู้ปกครองไม่ได้ย้ายให้บุตรหลานไปเรียนที่โรงเรียนอื่นยังคงให้เรียนหนังสืออยู่ที่เดิม

ซึ่งมีแค่ไม่มากเท่าไหร่ที่ให้ลูกหลานย้ายโรงเรียน โดยจากการตรวจสอบแล้วกลุ่มผู้ปกครองที่ให้ลูกหลานย้ายโรงเรียนมีหนี้ค้างที่ยังไม่ได้จ่ายค่าเทอมให้กับโรงเรียนสุงถึง สามร้อยล้านบาทเลยทีเดียว

  อันที่จริงเรื่องที่ผู้ปกครองนักเรียนมีการค้างค่าเทอมยังไม่ยอมจ่ายนั้นเป็นปัญหาที่มีมาเนิ่นนานแล้ว ไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งเกิด แต่ว่าเมื่อก่อนมีคนค้างค่าเทอมน้อยกว่านี้เยอะมาก ซึ่งเมื่อก่อนไม่ได้มากแบบนี้ตอนนี้โรงเรียนเอกชนที่มีขนาดเล็กจะประสบกับปัญหาขาดทุนหาเงินมาบริหารโรงเรียนไม่ได้ แต่ถ้าเป็นโรงเรียนใหญ่ใหญ่ที่มีนักเรียนหลายพันคนหน่อยก็ยังพอที่จะเอาเงินอื่นมาหมุนใช้ก่อนได้จึงอยากให้รัฐบาลช่วยแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วน

 ซึ่งปัญหาที่พ่อแม่เด็กไม่ได้มาจ่ายค่าเทอมนั้นมันแสดงให้เห็นว่าตอนนี้ ผู้ปกครองของเด็กเด็กส่วนใหญ่ไม่มีเงินกันเลย แม้กระทั่งเงินเก็บ บางคนอาจจะต้องเอาเงินที่จะต้องมาจ่ายค่าเทอมไปหมุนใช้จ่ายอย่างอื่นก่อน

ซึ่งทางโรงเรียนก็ไม่กล้าที่จะทวงผู้ปกครองมากนักเพราะกลัวว่าเด็กและผู้ปกครองของเด็กจะอาย ตอนนี้หลายครอบครัวน่าจะมีปัญหาด้านการเงินเพราะปัญหาของเศรษฐกิจ ดังนั้นจึงอยากให้รัฐบาลช่วยหาทางแก้ไขปัญหานี้ให้ด้วย

ผีหลอกเด็ก 2 ขวบจนสลบ         

เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รับการประสานงานให้เข้าไปช่วยเหลือ

เด็กน้อยคนหนึ่งมีอาการเป็นลมจนหมดสติ และเมื่อกู้ภัยเดินทางไปถึงก็พบว่าที่บ้านหลังที่มีคนแจ้งเหตุมีชาวบ้านมามุงดูกันอยู่เต็มไปหมดและพบพ่อและแม่ของเด็กที่เป็นลมหมดสติอยู่ในอาการขวัญเสียต่างก็พยายามเรียกชื่อหนูน้อยแต่เธอก็ไม่ฟื้น

และเมื่อกู้ภัยเข้าไปถึงตัวเด็กน้อยก็ได้พยายามช่วยกันปั้มหัวใจของเด็กน้อยแต่ก็ไม่มีทีท่าจะว่าจะฟื้นซึ่งชาวบ้านที่มามุงดูเหตุการณ์ต่างก็บอกให้พ่อของเด็กลองเอาธูปมาจุดพ่อขอขมาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดูเผื่อจะช่วยเหลือได้ ซึ่งพ่อของเด็กหญิงก็ได้วิ่งเข้าไปในบ้านเอาธูปมาหนึ่งดอกแล้วจุดธูปยกมือขึ้นไหว้กลางแจ้งแล้วนำไปปักไว้ที่หน้าบ้าน

ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์เป็นอย่างมาก เพราะเพียงแค่พ่อของเด็ดน้อยปักธูปเสร็จเด็กน้อยก็เริ่มรู้สึกตัวทันที ทางเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยและทางพ่อแม่ของเด็กนำตัวเด็กหญิงส่งโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ตรวจร่างกายอีกครั้ง

ซึ่งหลังจากที่ส่งตัวเด็กไปเรียบร้อยแล้วทางเพื่อนบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ก็ได้เล่าเรื่องราวให้นักข่าวฟังว่า ครอบครัวของเด็กน้อยสองขวบนี้เพิ่มย้ายเข้ามาอยู่บ้านหลังดังกล่าวยังไม่ถึงสองเดือนดี วันนี้เขาเห็นเด็กน้อยวิ่งเล่นอยู่หน้าบ้านอยู่คนเดียวส่วนพ่อกับแม่ของเด็กอยู่ในบ้าน อยู่อยู่ก็ได้ยินเสียงเด็กวิ่งไปบอกพ่อของเขาว่า มีคนแกล้งเขา เขาเจ็บ ซึ่งพ่อเขาก็ถามว่าใครแกล้ง

เพราะต่างก็ไม่มีใครเห็นว่าจะมีใครมาเล่นกับเด็กน้อยซึ่งตัวเองที่นั่งอยู่หน้าบ้านมองดูเด็กวิ่งเล่นก็เห็นเด็กเล่นอยู่คนเดียว แต่เด็กยืนยันกับพ่อว่ามีพี่มาแกล้ง ซึ่งหลังจากที่เด็กพูดจบประโยค เด็กน้อยก็เป็นลมล้มหมดสติทันที ซึ่งทุกคนต้องก็พากันช่วยเหลือทั้งหายาดมและเขย่าตัวเรียกแต่เด็กก็ไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นขึ้นมา

พวกตนจึงบอกให้พ่อของเด็กไปจุดธูปเพื่อขอขมาสิ่งศักดิ์เผื่อว่าจะมีอะไรที่ไม่พอใจเด็กและจะเอาเด็กไปอยู่ด้วย เพราะทุกคนต่างก็ได้ยินที่เด็กบอกพ่อว่ามีพี่มาแกล้ง ซึ่งชาวบ้านทุกคนเชื่อว่าเด็กคงจะเห็นวิญญาณของใครสักคน และมาแกล้งจนเด็กตกใจกลัวจึงเป็นลมหมดสติไป

ซึ่งจากเหตุการณ์นี้ทางครอบครัวของเด็กอาจจะต้องมีการทำบุญให้กับผีเร่ร่อนแถวนี้เพื่อเป็นการของอภัย หรือไม่ก็ควรจะจัดงานทำบุญบ้านเพื่อความเป็นสิริมงคลของคนในครอบครัว 

ทรัมป์ยันฆ่าผู้นำอัล เคดาในคาบสมุทรอาระเบีย

เมื่อ 6 กุมภาพันธ์ ทำเนียบขาวเผยแพร่คำชี้แจงของผู้นำโดนัลด์ ทรัมป์ ที่สหรัฐอเมริกา รับรองว่าสามารถฆ่านายกัสซิม อัล-ริมี หัวหน้าสูงสุดของกรุ๊ปอัล เคดา ในแหลมอาระเบีย (เอคิวเอพี) สาขาของโครงข่ายก่อให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงอัล เคดา ที่อันตรายที่สุดในปฏิบัติงานต้านการก่อให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงในเยเมนแม้กระนั้นไม่บอกว่าการฆ่ามีขึ้นเมื่อใด

ทรัมป์กล่าวว่า

เอคิวเอพีภายใต้การนำของริมีได้ก่อความร้ายแรงอย่างไร้สามัญสำนึกต่อข้าราชการในเยเมน แล้วก็พากเพียรจู่โจมสหรัฐอเมริกากับกองทัพสหรัฐอเมริกา หลายคราว การถึงแก่กรรมของเขาทำให้เอคิวเอพีแล้วก็อัล เคดา อ่อนแอลงอีก ทำให้สหรัฐอเมริกาใกล้ขจัดภัยรุกรามความยั่งยืนมั่นคงของสหรัฐอเมริกาจากกรุ๊ปกลุ่มนี้ และก็ทำให้สหรัฐอเมริกา

ผลตอบแทนของสหรัฐอเมริกาและก็ผู้ส่งเสริมไม่เป็นอันตรายขึ้น สหรัฐอเมริกาจะเดินหน้าปกป้องรักษาคนประเทศอเมริกาด้วยการไล่ล่ากำจัดพวกผู้ก่อเหตุร้ายถัดไป

ก่อนหน้าที่ผ่านมามีข่าวซุบซิบว่านายริมีถูกฆ่าจากปฏิบัติงานจู่โจมด้วยอากาศยานไม่มีคนขับ (โดรน) ของสหรัฐอเมริกา ที่เมืองมาริบในเยเมน แม้กระนั้นไม่มีการรับรอง แต่ว่าเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา กรุ๊ปเอคิวเอพีเผยแพร่วิดีโอยาว 18 นาทีของนายริมี อ้างถึงว่าอยู่เบื้องหน้าเบื้องหลังการจู่โจมในฐานทัพเรือเพนซาวัวลาในเมืองฟลอริดาในสหรัฐอเมริกา เมื่อ 6 ธันวาคมปีที่ผ่านมา

กรณีทหารชาวซาอุดีอาระเบียชื่อโมฮัมเหม็ด อัลชัมรานี วัย 21 ปี ที่ไปฝึกหัดในฐานทัพที่นี้กราดยิงในห้องเรียน ทำให้นาวิกโยธินอเมริกันเสียชีวิต 3 นาย มีคนที่บาดเจ็บ 8 คน และก็รองนายอำเภอ 2 นาย ส่วนมือสังหารถูกยิงตาย ทำให้สหรัฐอเมริกาส่งตัวทหารซาอุฯที่ไปฝึกหัดในสหรัฐอเมริกาอีกทั้ง 21 นายกลับประเทศ

การฆ่าริมียังมีขึ้นข้างหลังสหรัฐอเมริกาฆ่าอาบู บัคร์ อัล-แบกแดดี หัวหน้ากองกำลังเมืองอิสลาม (ไอเอส) ได้เมื่อเดือน เดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา แล้วก็ฆ่าพลตรีกัสเซม โซไลมานี ผู้บังคับบัญชาหน่วยรบพิเศษ “คุดส์” ของประเทศอิหร่านได้ใน 3 เดือนถัดมา

ก่อนหน้าที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกาใช้โดรนฆ่านายท้องนาซีร์ อัล-วูเฮชิ หัวหน้าเอคิวเอพีคนก่อนได้ในปี 2558 รวมทั้งนายจาลัล เบไลดี หรืออาบู ฮัมซา แกนนำชั้นสูงของเอคิวเอพีที่มีค่าหัวถึง 5 ล้านดอลลาร์ได้ในปี 2559

ริมีเคยไปฝึกฝนที่ค่ายของอัล เคดา ในอัฟกานิสถานในทศวรรษ 1990 ก่อนไปสู่เยเมนในปี 2547 แล้วก็ถูกจำเรือนจำ 5 ปี ในข้อกล่าวหาคิดแผนจู่โจมสถานทูตต่างประเทศ 5 ที่ในกรุงซานา เขาเป็นผู้ร่วมจัดตั้งขึ้นเอคิวเอพีในเยเมนในปี 2552 โดยรวมสาขาอัล เคดา ในเยเมนและก็ซาอุดีอาระเบียเข้าด้วยกัน

มีเป้าหมายล้มล้างรัฐบาลชาติต่างๆที่สหรัฐอเมริกาสนับสนุนรวมทั้งกำจัดอิทธิพลของมหาอำนาจตะวันตกทั้งสิ้นในภูมิภาคในนับเป็นเวลาหลายปีข้างหลัง เอคิวเอพีอดทนมากยิ่งกว่าเดิม เวลาที่เยเมนกำเนิดสงครามกลางเมืองระหว่างกบฏองค์การอนามัยโลกธีที่มีประเทศอิหร่านสนับสนุน กับรัฐบาลเยเมนนาทุ่งนาชาติยืนยัน.