จับผู้ร้ายฆ่าคุณยายวัย 74 ปีที่พิษณุโลกได้แล้ว

            จากเหตุการณ์ที่เมื่อวันที่ 4 เดือนกันยายนปีพศ2563 มีคดีฆ่ากันตายเกิดขึ้นที่ร้านเสริมสวยแห่งหนึ่ง ซึ่งชื่อว่าร้านช่อทิพย์โดยผู้เสียชีวิตนั้นเป็นเจ้าของร้านมีอายุ 74 ปีซึ่งลักษณะของผู้เสียชีวิตนั้นถูกมีดปาดบริเวณที่ลำคอโดยชาวบ้านในพื้นที่ได้

ให้การกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าช่วงประมาณ 9:30 น ของวันที่ 4 เดือนกันยายนพวกเขาได้ยินเสียงคนทะเลาะกันออกมาจากร้านเสริมสวยช่อทิพย์ซึ่งเสียงที่ได้ยินนั้นเป็นเสียงของผู้เสียชีวิตทะเลาะกับผู้หญิงคนหนึ่งอย่างไรก็ตามหลังจากนั้นชาวบ้าน

ก็ไม่ได้สนใจและไม่รู้ว่าคนที่ทะเลาะกับผู้ตายนั้นออกจากร้านไปตอนไหนมารู้ตัวว่ามีเหตุฆาตกรรมกันเกิดขึ้นอีกปีหนึ่งก็เมื่อลูกสะใภ้ของผู้ตายแวะมาหาผู้ตายในช่วงเวลากลางวันหลังจากนั้นจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาชันสูตรพลิกศพ

ซึ่งบรรดาเพื่อนบ้านคนหนึ่งของผู้ตายบอกว่าช่วงประมาณ 10:00 น พบเห็นหญิงสาวคนหนึ่งรูปร่างท้วมเดินออกมาจากร้านเสริมสวยและขับรถมอเตอร์ไซค์สีแดงที่จอดอยู่หน้าร้านแล้วไปทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้มีการเช็คข้อมูลการเดินทางของหญิงสาวคนดังกล่าวโดยดูจากลักษณะของรถตามที่ผู้เห็นเหตุการณ์แจ้ง

ซึ่งหลังจากที่มีการตรวจเช็คกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆจึงได้เห็นหมายเลขทะเบียนของรถคันดังกล่าวว่าเป็นของใครหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เดินทางไปยังบ้านของเจ้าของรถมอเตอร์ไซค์คันดังกล่าวซึ่งเจ้าของรถมอเตอร์ไซค์บอกว่ารถไม่ได้อยู่กับตนเอง

เพราะว่าหลานสาวยืมไปด้วยหลานสาวนั้นพักอาศัยอยู่ที่ร้านพีเคเฟอร์นิเจอร์ซึ่งทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการให้ทางด้านของหญิงสาวคนดังกล่าวพาไปหาหญิงสาวที่ร้านพีเคเฟอร์นิเจอร์เมื่อไปถึงจึงได้เชิญตัวหญิงสาวคน

ดังกล่าวมาสอบสวนซึ่งพบว่าเธอชื่อว่านางสาวอารยาหลังจากที่มีการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสักพักหนึ่งเธอก็ให้การรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือฆ่าคุณยายวัย 74 ปีเองเนื่องจากว่าเกิดการทะเลาะกันขึ้นหลังจากที่ให้คุณยายตัดผมให้แล้ว

เธอรู้สึกไม่พอใจที่คุณยายตัดผมให้ไม่ถูกใจจึงเกิดมีปากเสียงกันและเกิดบันดาลโทสะเธอจึงเอามีดในครัวของคุณยายอาจไปที่ลำคอของคุณยายเสียชีวิตหลังจากนั้นเธอก็ขับรถมอเตอร์ไซค์หนีมาหลบซ่อนตัวอยู่ที่ร้านพีเคเฟอร์นิเจอร์

ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ตามตัวได้ในที่สุดนั่นเองอย่างไรก็ตามทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อถึงสาเหตุของการฆ่าคนตายในครั้งนี้เพราะว่าทางผู้ก่อเหตุได้มีการเอาทรัพย์สินของผู้ตายไปด้วยจึงต้องรอสอบสวนเพิ่มเติมอีกครั้งหนึ่ง

 

สนับสนุนโดย  คาสิโนออนไลน์ เครดิตฟรี

การทำทัวร์เที่ยวบ้านกกกอกเป็นการหากินกับคนตายหรือไม่

         กำลังมี การวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมากเมื่อมี Facebook รายหนึ่งได้ออกมาเผยแพร่ว่า  ตอนนี้ได้มีคนที่คิดธุรกิจการทำทัวร์ขึ้นมาโดยธุรกิจทัวร์ดังกล่าวนั้นเป็นการเปิดทำทัวร์ไปเที่ยวบ้านกกกอกซึ่งเป็นบ้านที่เกิดคดีฆาตกรรมเด็กหญิงชมพู่วัย 5 ขวบโดยในตัวนั้นยังมีการระบุด้วยว่าจะพาไปเดินขึ้นเขาซึ่งเป็นสถานที่พบศพของน้องชมพู่

และเย็นจะพาไปดูถ้ำต่างๆที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและชาวบ้านพากันไปเจอรวมถึงจะพาไปทัวร์บ้านของลุงพลซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เสียหายอยู่ในขณะนี้ที่ชาวบ้านหลายๆคนนั้นพากันไปช่วยเหลือสร้างบ้านติดแอร์รวมถึงซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าไปให้ใช้อย่างไร

ก็ตามหลังจากที่มีการแชร์เกี่ยวกับเรื่องของมีบริษัทที่จะทำตัวนี้เกิดขึ้นมาต่างก็พากันต่อว่าผู้ที่คิดจะทำทัวร์นี้ว่าสร้างความเดือดร้อนให้กับคนในชุมชนและนำความเศร้าโศกเสียใจของคนอื่นมาหากินสำหรับรายละเอียดของครัวนั้นมีการระบุว่าจะพาทัวร์ให้ทั่วหมู่บ้านกกกอก

และยังจะพาไปกางเต็นท์นอนใกล้ๆกับบริเวณบ้านของลุงพลเพื่อให้คนที่ไปเที่ยวทัวร์นั้นให้กำลังใจลุงพลได้อีกด้วยอีกทั้งจุดต่างๆที่เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือแม้แต่นักข่าวที่เคยไปทำข่าวว่าเป็นเส้นทางนำศพของน้องชมพู่ผ่านไปนั้น

ก็จะพาไปทัวร์ทั้งหมดเล่นตัวนี้จะมีการพาไปถึง 3 วัน 4 คืนด้วยกันอีกทั้งยังมีการเรียกเก็บค่าบริการในการเดินทางไปนั้นที่นั่งละ 1,300 บาทโดยยังมีการระบุด้วยว่าจะมีทั้งที่พักและอาหารพร้อมให้ทำให้หลายคนที่ได้เห็นข้อมูลการประกาศตัวแบบนี้ออกมาพูดวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างต่อเนื่อง

ว่าคนที่ทำทัวร์นี้ไม่ควรที่จะมีการจัดทัวร์แบบนี้เกิดขึ้นเพราะอย่างไรคดีดังกล่าวก็ยังไม่สิ้นสุดแล้วที่สำคัญการที่เด็กคนหนึ่งเสียชีวิตนั้นไม่ใช่เรื่องที่สนุกสนานที่จะสามารถไปเที่ยวไปดูจุดของที่เด็กตายหลายคนมองว่าคนที่คิดตัวนี้ขึ้นมาได้เป็นคนที่ไม่คิดถึงจิตใจของผู้อื่นและหลายคนก็ไม่คิดว่าจะมีคนที่มีนิสัยแบบนี้อยู่ในประเทศด้วย

แต่อย่างไรก็ตามหลายคนก็เอามือวิเคราะห์เกี่ยวกับตัวนี้ว่าอาจจะเป็นแค่การพูดเล่นหรือปั่นกระแสให้เรื่องราวนี้เป็นที่โด่งดังเพียงเท่านั้นเพราะคิดว่าไม่น่าจะมีชาวบ้านคนไหนที่อยากจะไปเที่ยวทัวร์แบบนี้อย่างแน่นอนซึ่งถ้าหากโทนี้มีจริงและมีคนไปเที่ยวจริงก็คงจะเป็นที่รังเกียจของคนในสังคมทั้งคนทำทัวร์และคนไปเที่ยวทัวร์นั่นแหละ

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันบอล ฝากขั้น ต่ํา 100 เปิดบัญชี

แฟนหญิงหึงทำร้ายกันจนตาย

         เรื่องเวลาประมาณ 8:30 นของวันที่ 12 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2563 ที่จังหวัดสุรินทร์ชาวบ้านได้พบร่างของชายคนหนึ่งนอนอยู่ข้างถนนโดยใช้คนดังกล่าวได้รับบาดเจ็บสาหัสมีร่องรอยการถูกทำร้ายจนใบหน้าปกช้ำและลำตัวก็ทำเต็มไปหมด

รวมถึงบริเวณคอก็มีอาการบวมและคาดว่ากระดูกหน้าจะหักอีกด้วยซึ่งชาวบ้านจึงได้มีการโทรศัพท์ไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้เดินทางมาตรวจสอบและประสานงานกู้ภัยนำตัวคนเจ็บไปส่งที่โรงพยาบาลหลังจากที่ผู้บาดเจ็บไปถึงโรงพยาบาลได้ไม่นานก็เสียชีวิตเนื่องจากอาการอกช้ำภายในและมีเส้นเลือดในสมองแตกจากการสอบถามคนที่เห็นเหตุการณ์ทราบว่าผู้เสียชีวิตขับรถมาส่งเพื่อนที่เป็นผู้หญิงจำนวน 2 คนแล้ว

ผ่านมาบริเวณที่เกิดเหตุได้มีกลุ่มเยาวชนประมาณ 7 คนมาดักโบกรถหลังจากนั้นก็ดึงตัวผู้เสียชีวิตลงจากรถแล้วลากลงไปกลางท้องนาหลังจากนั้นก็พากันรุมทำร้ายจนผู้เสียชีวิตได้รับบาดเจ็บสาหัสหลังจากนั้นก็นำรากมาทิ้งไว้บริเวณข้างถนนแล้วก็พากันหนีไป

ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการจับกุมตัวผู้ก่อเหตุทั้งหมด 7 คนเอาไว้แล้วซึ่งเป็นเยาวชนทั้งหมดแต่ว่าผู้ก่อเหตุได้ให้การปฏิเสธว่าไม่ได้มีการลงทำร้ายแต่อย่างใดโดยมีคนรับสารภาพว่ามีการทำร้ายผู้เสียชีวิตแค่เพียงคนเดียวเท่านั้น

นั่นก็คือนายพงศกรซึ่งเขาบอกว่าเขาเป็นแฟนของผู้หญิงที่ผู้เสียชีวิตขับรถมาส่งและเขาทำไปเพราะเขาเกิดอารมณ์หึงหวงคิดว่าผู้เสียชีวิตนั้นมาจีบแฟนสาวของตนเองสวนทางเพื่อนสาวของผู้เสียชีวิตและเป็นแฟนของนายพงศกรนั้นไปให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าตนเองนั้น

ไปกินหมูกระทะกับผู้เสียชีวิตเนื่องจากว่าเป็นเพื่อนกันและผู้เสียชีวิตเลี้ยงหมูกระทะในวันเกิดของตนเองย้อนหลังแต่ไม่ได้ไปกันแค่เพียงสองคนเท่านั้นมีเพื่อนผู้หญิงไปกันหลายคนหลังจากนั้นก็ได้แยกย้ายกันกลับบ้าน

และผู้เสียชีวิตรถจักรยานยนต์มาส่งกันเองกับเพื่อนสาวอีกคนหนึ่งซึ่งนั่งซ้อนท้ายกันมา 3 คนโดยก่อนออกจากร้านนั้นหญิงสาวได้โทรแจ้งแฟนว่ากำลังจะกลับบ้านโดยให้ผู้เสียชีวิตขับรถมาส่งหลังจากนั้นพอมาถึงจุดเกิดเหตุก็มีคนจำนวนประมาณ 7 คน

ลงมาดักแล้วดึงตัวผู้เสียชีวิตลงไปแล้วก็ทำร้ายส่วนตัวนั้นเธอไม่เห็นว่าใครได้ทำร้ายผู้เสียชีวิตบ้างเนื่องจากบริเวณดังกล่าวค่อนข้างมืดแต่ได้คุยกับแฟนแล้วนายพงศกรยืนยันว่าตนเองทำร้ายผู้เสียชีวิตแค่เพียงคนเดียวเท่านั้น

ซึ่งในขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อที่จะจับกุมเยาวชนทั้ง 7 คนให้ครบส่วนพ่อแม่ของผู้เสียชีวิตนั้นยังอยู่อาการเศร้าโศกเสียใจเพราะลูกชายของตนเองไม่ได้ทำอะไรผิดและไม่เคยรู้จักเยาวชนทั้ง 7 คน

จึงไม่เห็นสมควรว่าจะต้องมาฆ่าลูกชายของเขาโดยพี่ชายของผู้เสียชีวิตบอกว่าหากยังไม่สามารถจับกุมตัวคนที่ทำร้ายน้องชายได้และทั้ง 7 คนยังไม่มาขอขมาศพ เขาจะไม่ยอมเผาศพน้องชายของเขาเป็นอันขาด

 

สนับสนุนโดย  aecasino

ขับรถมอเตอร์ไซค์หลุดโค้งตกสะพานพระราม 4

            เมื่อวันที่ 23  เดือนตุลาคมปีพศ2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจของสถานีตำรวจปากเกร็ดจังหวัดนนทบุรีได้รับแจ้งเหตุจากพลเมืองดีตรงบริเวณ  โรงภาพยนตร์เมเจอร์ฮอลลีวูดปากเกร็ดว่าได้มีอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์ตกลงมาจากสะพานพระราม 4 ร่วงลงมาด้านล่างจากสะพานซึ่งมีความสูงถึง 19 เมตรและผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์เสียชีวิตคาที่

       เมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาถึงยังจุดเกิดเหตุก็พบร่องรอยของซากมอเตอร์ไซค์ซึ่งได้รับความเสียหายทั้งคันอีกทั้งยังพบศพของผู้เสียชีวิต ซึ่งสภาพร่างกายมีร่องรอยการแตกหักทั้งแขนและขารวมถึงหัวด้วยและยังพบกระเป๋าของผู้เสียชีวิตซึ่งภายในมีการบรรจุคอมพิวเตอร์และเอกสารไว้ภายในทำให้ออกมาทราบชื่อผู้เสียชีวิตว่าชื่อนายคมสัน  ซุ้นกลาง

          ด้านพลเมืองดีซึ่งเป็นวินมอเตอร์ไซค์ซึ่งอยู่บริเวณดังกล่าวให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าขณะที่พวกเขากำลังนั่งรอลูกค้าที่จะมาใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์อยู่นั้นดูอยู่ๆก็ได้ยินเสียงชนสนั่นหวั่นไหวเสียงดังมาก  ในตอนแรกทุกคนคิดว่าน่าจะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นตรงบริเวณฝั่งถนนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามแต่ปรากฏว่าอยู่ๆก็มีเศษซากของรถมอเตอร์ไซค์ร่วงลงมาจากด้านบนของสะพานหลังจากนั้นไม่นานก็มีร่างของผู้ชายคนหนึ่งลงมาด้วยเช่นเดียวกันจึงได้รีบประสานงานโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ภัยมายังจุดเกิดเหตุ

        เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังหาหลักฐานว่าสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจากว่านายคมสันขับรถมอเตอร์ไซค์มาด้วยความเร็วสูงและพอมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นบริเวณทางโค้งไม่สามารถควบคุมความเร็วของรถได้จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุชนกับผนังกั้นและร่วงหล่นลงสะพานพระราม 4 หรือไม่หรือว่าเกิดจากการที่มีการเฉี่ยวชนกับรถคันอื่นแล้วทำให้รถของนายคมสันตกลงมาจากสะพานพระราม 4 ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการหาหลักฐานจากกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆอยู่

       อย่างไรก็ตามตรงบริเวณที่นายคมสันเกิดอุบัติเหตุนั้นมักจะมีการเกิดอุบัติเหตุอยู่หลายครั้งด้วยกันซึ่งส่วนใดจะเป็นอุบัติเหตุที่รถมอเตอร์ไซค์ขับมาด้วยความเร็วและอัตราไม่ชินทางเมื่อถึงทางโค้งก็ทำให้ไม่สามารถควบคุมรถได้และทำให้รถไถลร่วงหล่นบนสะพานซึ่งเหตุการณ์การเกิดอุบัติเหตุในคมสันนี้ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรกแต่มีมาแล้วหลายครั้งด้วยกันโดยทางด้านเจ้าหน้าที่ได้มีการนำผนังปูนมากั้นไว้เพื่อป้องกันรถกระเด็นตกลงสะพานแต่ก็ยังมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก

       แต่ในขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการประสานงานไปยังได้ของนายคมสันให้มารับศพที่โรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้วเพื่อที่จะได้นำร่างของนายคมสันไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

 

สนับสนุนโดย  สูตรหวยยี่กี 2ตัวล่าง lottovip

หญิงสาวผมยาวถึงพื้นปล่อยไว้ไม่เคยตัดมาหลายปี เพราะเชื่อว่าเป็นผมผีช่อ

           มีเหตุการณ์ที่สร้างความฮือฮาให้กับใครหลายๆคนที่ได้พบเห็นเป็นจำนวนมากเมื่อมีการถ่ายรูปของหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งมีผมยาวลากพื้นโดยเมื่อวัดความยาวแล้วได้ความยาวถึง 1.5 เมตรเลยทีเดียวโดยหญิงสาวคนดังกล่าวนั้นไม่ได้มีการตัดผมมาหลายปีแล้ว

ซึ่งมีความเชื่อว่าผมของเธอนั้นเป็นผมของผีช่อซึ่งหากใครมีผงแบบนี้แล้วจะทำให้โชคดีมีโชคลาภเงินทองเข้ามาแต่อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าหญิงสาวคนดังกล่าวจะบอกว่าตั้งแต่มีการไว้ผมผิดชอบมานั้นเธอจะไม่เคยได้รับโชคลาภเลยก็ตามแต่เธอก็จะไม่ตัดจริงแน่นอน

โดยมีหลายคนมาพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องของผมผีช่อนิวามีความเชื่อตั้งแต่โบราณอาการมาว่าหากใครมีผมผีช่อแล้วตัดทิ้งก็จะมีอันเป็นไปเช่นอาจจะเป็นบ้าหรืออาจจะตายได้ทำให้หลายคนที่มีผมผีช่อนั้นจะไม่มีใครกล้าตัดซึ่งถ้าหากใครจะตัดนั้นจะต้องไปอัญเชิญอาจารย์ที่มีวิชาอาคมเก่งกล้ามาช่วยทำพิธีให้ก่อนที่จะตัดผมได้จากเรื่องราวที่สร้างความฮือฮาในครั้งนี้

ทำให้นักข่าวได้ลงไปเจอกับหญิงสาวคนดังกล่าวในวันที่ 3 เดือนมิถุนายนปีพศ 2563 ซึ่งเธออาศัยอยู่ที่จังหวัดตรังอยู่ในบ้านหลังหนึ่งในตำบลบ้านพุทธโดยเมื่อทางนักข่าวเห็นผมของเธอนั้นก็ได้มีการขอสัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวที่เกิดขึ้น

ซึ่งเธอเองบอกว่าแต่เดิมนั้นเธอไม่ได้ปล่อยให้ผมยาวแบบนี้เพิ่งจะมาไว้เมื่อตอนที่เธออายุ 30 ปีนี้เองเลยก่อนที่เธอจะไว้ผมยาวนี้เธอได้ฝันเห็นผู้หญิงใส่ชุดขาวคนหนึ่งมาบอกว่าจะให้ของดีกับเธอแล้วเธอก็ตกลงรับว่าจะเอาของดีจากเขาในความฝันแต่หลังจากเมื่อตื่นขึ้นมาเธอพบว่าผมของเธอจากที่ปกติสวยกลับขมวดกันเป็นก้อนตรงๆ

ไม่สามารถที่จะแกะออกได้ซึ่งเมื่อเธอไปถามคนอื่นจึงได้ความรู้มาว่าผมในลักษณะแบบนี้จะมีการเรียกชื่อคุณว่าผมผีช่อซึ่งถ้าหากใครก็ตามที่มีผมผิดชอบแบบนี้ส่วนใหญ่จะไม่ตัดกันเพราะเป็นสิ่งที่เป็นมงคลที่ได้รับมาและมีการเชื่อกันว่าคนที่มีผมผีตอนนั้นจะโชคดีมีโชคลาภวาสนาซึ่งตั้งแต่หลังจากที่ไปฝันและตื่นขึ้น

มาพบผมผีช่อเธอก็ไม่เคยตัดอีกเลยตอนนี้เธออายุ 57 ปีแล้วและเธอก็ไม่คิดจะตัดผมก็ยังบอกอีกว่าเวลาที่เธอเดินไปไหนมาไหนมักจะมีคนมาขอถ่ายรูปผมของเธออยู่เป็นประจำซึ่งจากการใช้ข้อมูลแล้วในประเทศไทยนั้นเธอเป็นคนที่มีผมยาวมากที่สุดในประเทศไทยเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตามเธอยังบอกอีกว่าตั้งแต่ไว้ผมผีช่อมาเธอยังไม่เคยได้รับโชคลาภที่มีก้อนโตๆเลยแต่เธอก็ไม่คิดที่จะตัดผมถือช่อนี้แต่อย่างใดเนื่องจากว่าคนโบราณเชื่อกันว่าหากมีการตัดแล้วจะประสบสิ่งที่ไม่ดีตามมานั้นเอง

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย    ae บาคาร่า

Japan เดือดร้อนหนักไวรัสโควิด-19

Japan เดือดร้อนหนักไวรัสโควิด-19 ระบาดรอบสองวันแรกทะลุ หนึ่งพันคน

       หากใครที่ได้ติดตามสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิคที่ประเทศญี่ปุ่นในตอนนี้จะพบว่าประเทศญี่ปุ่นกำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักเพราะการระบาดของไวรัสโควิคครั้งที่ 2 ในประเทศญี่ปุ่นนั้นส่งผลรุนแรงเป็นอย่างมาก

เนื่องจากว่าจำนวนประชาชนที่ติดเชื้อในแต่ละวันนั้นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและเห็นได้ชัดเลยทีเดียวโดยสำนักข่าวของประเทศญี่ปุ่นได้มีการรายงานข่าวจำนวนผู้ติดเชื้อว่าเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่นอย่างเช่นเมืองโตเกียวนั้น

เพียงแค่วันเดียวเท่านั้นก็มีผู้ติดเชื้อไวรัสเพิ่มขึ้นถึง 250 คนและยังมีผู้ที่ติดเชื้อไวรัสจากเมืองอื่นๆอีกมากมายเช่นเมืองโอซาก้าซึ่งมีผู้ติดเชื้อถึง 221 คนแต่โดยรวมแล้วจำนวนผู้ติดเชื้อในทุกจังหวัดทั่วประเทศนั้นเพิ่มขึ้นต่อวันถึง 1000 คนเลยทีเดียว

ทำให้ประเทศญี่ปุ่นนั้นอยู่ในขั้นวิกฤตที่ต้องรีบรับมือกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสในครั้งนี้อย่างมากโดยปัจจุบันนี้จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมของคนญี่ปุ่นนั้นมีมากกว่า 30000 คนแล้วและจำนวนผู้ที่เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาก็มากเกิน 1000 คน

ขึ้นไปเช่นเดียวกัน ในครั้งแรกการระบาดของไวรัสโควิช- ในประเทศญี่ปุ่นนั้นมีการระบาดช่วงประมาณต้นเดือนมกราคมแต่ก็สามารถควบคุมการระบาดเอาไว้ได้ซึ่งทางการของประเทศญี่ปุ่นเองก็เริ่มไว้วางใจและรู้สึกถึงความปลอดภัยของประชาชนของตนเอง

โดยมีความหวังว่าประเทศญี่ปุ่นนั้นจะสามารถที่จะทำการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกได้ด้วยแต่อย่างไรก็ตามพอช่วงประมาณปลายเดือนมิถุนายนเป็นต้นมาญี่ปุ่นกับประสบปัญหาการกลับมาระบาดใหม่อีกครั้งหนึ่งของไวรัสโคโรน่าทั้งทั้งที่คิดว่าในตอนแรกนั้น

ไวรัสนี้น่าจะหมดออกจากประเทศญี่ปุ่นแล้วแต่พ่อการกลับมาระบาดในครั้งที่ 2 นี้ จํานวน ผู้ติดเชื้อต่อวันกับเพิ่มจำนวนสูงขึ้นมากกว่าครั้งแรกซึ่งส่วนใหญ่แล้วการติดเชื้อไวรัสในประเทศญี่ปุ่นจะติดในรูปแบบของกลุ่มคนที่ทำงานร่วมกันเช่นในสำนักงานที่บริษัทเดียวกันก็จะพากันติดเชื้อไวรัสทั้งหมดทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อนั้นลุกลามอย่างรวดเร็ว

     ถึงแม้ว่าตอนนี้ทางประเทศญี่ปุ่นเองได้มีมาตรการออกมาอย่างเข้มงวดเกี่ยวกับเรื่องของการลดการระบาดของไวรัสโควิช- โดยให้ประชาชนของญี่ปุ่นนั้นกักตนเองและ ประชาชนทุกคนต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยแต่การแพร่ระบาด

ก็ยังไม่ทุเลาลงซึ่งตอนนี้ก็ต้องรอทางด้านนักวิทยาศาสตร์จะทำการวิจัยวัคซีนเพื่อออกมาแก้ไขปัญหาการระบาดของไวรัสให้เร็วที่สุดเราไม่เช่นนั้นแล้วประชากรของประเทศญี่ปุ่นอาจจะต้องติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่นี้มากอีกอย่างแน่นอน

 

สนับสนุนโดย  เว็บคาสิโนเปิดใหม่

ใช้มีดแทงแฟนที่ขา

หนุ่มฉุนแอบติด GPS ไว้ในรถของแฟนสาวเจอภาพบาดตาว่าอยู่กับผู้ชายคนอื่นทนไม่ได้จึงใช้มีดแทงแฟนที่ขา

            เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุความช่วยเหลือจากชายหญิงคู่หนึ่งว่าถูกทำร้ายร่างกายและกำลังหลบซ่อนตัวอยู่ในบ้านหลังหนึ่งในจังหวัดนครนายกโดยเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 เดือนสิงหาคมปีพศ2563 อีกทั้งยังระบุอีกด้วยว่าผู้ที่ก่อเหตุนั้นเป็นชายหนุ่มอายุ 32 ปี

ชื่อว่านายกิตติชัย  ขณะนี้ กำลังขับรถแท็กซี่คันสีเหลือง ขับขี่อยู่บนท้องถนน ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบทะเบียนรถจึงได้ติดตามจับกุมตัวได้ตอนที่ชายคนดังกล่าวกำลังจอดรถติดไฟแดงอยู่ และนำตัวมาที่โรงพัก

ซึ่งเมื่อมาถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบสวน จึงได้ความว่า  นายกิติชัย ยอมรับว่าได้มีการทำร้ายชายหญิงคนดังกล่าวจริง เนื่องจากว่าตัวเองนั้นเป็นแฟนของผู้หญิง และมาจับได้ว่าแฟนสาวนั้นนอกใจ ด้วยความโมโหจึงได้ทำร้ายฝ่ายชายที่เป็นกิ๊กของแฟน

เพราะเห็นควงกันหลายครั้งแล้ว และอีกอย่างผู้ชายคนนี้ก็มีรูปอยู่ในมือถือของแฟน ด้วย ส่วนแฟนสาวของเขานั้น ด้วยความโมโหเขาได้ใช้มีดคัดเตอร์ที่อยู่ติดมาในรถแทงไปที่ขา ส่วนสาเหตุที่สามารถติดตามหาตัวของแฟนและกิ๊กเจอนั้น

เพราะว่า เขาได้มีการแอบติด จีพีเอส เอาไว้ที่รถของแฟนมาได้สักระยะแล้ว และวันนี้เห็นว่ารถของแฟนขับออกจากบ้านแล้วมาที่จังหวัดนครนายกด้วยความสงสัยจึง ขับตามมาและมาเห็นทั้งคู่อยู่ด้วยกันที่ปั้มน้ำมันที่เกิดเหตุนี่เอง

และถึงแม้ว่าแฟนสาวจะบอกว่าผู้ชายเป็นแค่เพื่อนแต่ตนเองก็ไม่เชื่ออย่างเด็ดขาด ในขณะที่หญิงสาวที่เป็นคนถูกทำร้ายและแจ้งความนั้น ยืนยัน เคยเป็นแฟนกับนายกิติชัย แต่ตอนนี้เลิกกันไปตั้งนานแล้ว แต่นาย กิติชัย กลับไม่ยอมเลิก

ยังมักจะตามรังควานอยู่ตลอด หากช่วงไหนที่นายกิติชัยไปมีแฟน ก็จะหายไปไม่ติดต่อตนเอง แต่ถ้าหากว่าตอนไหนเลิกกับแฟนก็จะกลับมาหา และมาตามหึงหวง และยืนยันด้วยว่า  ผู้ชายที่มากับตนเองนั้นเป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้น

ไม่ได้เป็นกิ๊กซึ่งหญิงสาวนั้นต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับนายกิตติชัยอีกทั้งยังบอกอีกว่าถ้าหากว่าตนเองนั้นไม่หนีเข้าไปในบ้านของชาวบ้านให้ช่วยเหลือก็อาจจะเกิดอันตรายมากขึ้นกว่านี้อย่างไรก็ตามจากการพูดคุยของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกับหญิงสา

และแก่นายกิตติชัยต่างให้การไม่ค่อยตรงกันมากนักเพราะฝ่ายหญิงนั้นระบุว่าเลิกกันไปนานแล้วแต่นายกิตติชัยตามหึงหวงในขณะที่ตัวนายกิตติชัยเองนั้นกับบอกว่ายังคบกันอยู่และเมื่อคืนยังนอนอยู่ด้วยกันส่วนเรื่องของการแอบติดตั้งจีพีเอสนั้นจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่าเป็นเรื่องจริง

 

ขอบคุณ  สูตรหวยฮานอยฟรี   ที่ให้การสนับสนุน

สามีมีกิ๊กนับ 10 คนขณะที่เมียท้องแก่ใกล้คลอด 

          ปัญหาครอบครัวที่พบเห็นกันอยู่ในปัจจุบันและเป็นปัญหาที่สร้างความรุนแรงในครอบครัวมากปัญหาหนึ่งนั่นก็คือปัญหาการนอกใจการไม่ซื่อสัตย์ต่อกัน  อาจจะกล่าวได้ว่าสังคมไทยในปัจจุบันนี้ร้อยละ 80 มักมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของความซื่อสัตย์

ซึ่งบางครั้งก็เป็นที่ฝ่ายหญิงเป็นคนที่ไม่ซื่อสัตย์เองและบางครั้งก็เจอฝ่ายชายที่เป็นคนที่ไม่ซื่อสัตย์  แล้วเมื่อครอบครัวเกิดความไม่ซื่อสัตย์เกิดขึ้นสิ่งที่ตามมานั้นก็มักจะทำให้ท้ายที่สุดแล้วครอบครัวอาจจะไม่สามารถกลับมาอยู่ร่วมกันได้และไม่มีความสุข

     อย่างเช่นหญิงสาวคนหนึ่งเธอได้โทรเข้ามาเล่าเรื่องราวชีวิตของเธอผ่านรายการคลับฟรายเดย์ซึ่งเป็นรายการเกี่ยวกับชีวิตครอบครัว โดยเธอได้เล่าว่าเธอนั้นคบอยู่กับแฟนหนุ่มซึ่งเป็นทหารด้วยเธอนั้นอาศัยอยู่ที่จังหวัดปทุมธานี

ในขณะที่แฟนหนุ่มของเธอนั้นต้องไปเป็นทหารประจำการอยู่ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ซึ่งตอนที่เป็นแฟนกันนั้นก็จะใช้วิธีการไปมาหาสู่กันโดยตลอดเจอกันเกือบทุกอาทิตย์จนในที่สุดเธอก็ท้อง เธอและแฟนจึงตัดสินใจที่จะแต่งงานกันเพื่อสร้างครอบครัว

          หลังจากแต่งงานกันแล้วแฟนหนุ่มของเธอก็จะกลับมาหาเธอเป็นประจำทุกสัปดาห์ จนเมื่อเวลาผ่านไปเธอท้องแก่ใกล้คลอดแฟนหนุ่มของเธอก็เริ่มเปลี่ยนไปเพราะมักจะอ้างเหตุผลในการที่ไม่ยอมกลับมาบ้านจนเธอเกิดความสงสัยและในที่สุดเธอก็จับได้ว่าแฟนหนุ่มของเธอมีกิ๊กซึ่งหลังจากนั้นเธอก็ขอค้นโทรศัพท์มือถือและแอบติดตั้งโปรแกรม GPS

เพื่อติดตามตัวแฟนหนุ่มของเธอสัญญาว่าเขาจะไม่มีกิ๊กอีกเป็นอันขาดแต่ เธอก็มักจะจับได้อยู่เป็นประจำซึ่งเธอบอกว่าเธอสามารถจับกิ๊กของแฟนหนุ่มของเธอได้มากกว่า 10 คนแล้ว ทั้งที่เธอตรวจสอบจาก gps ว่าแฟนหนุ่มของเธอแอบไปอยู่ที่ไหนรวมถึงจับได้จากการที่แฟนหนุ่มของเธอนั้นแอบคุยโทรศัพท์มือถือ

         สุดท้ายแล้วหญิงสาวยังเล่าได้ว่าในตอนนี้ที่แฟนหนุ่มเธอสัญญาทุกครั้งที่จับได้เวลามีกิ๊กเธอไม่สามารถเชื่อใจเขาได้เลยและนับตั้งแต่คลอดลูกมาเธอก็ไม่เคยมีความสุขเลยเพราะแฟนหนุ่มของเธอนั้นยังไม่เคยเลิกนอกใจเธอเลย 

        อย่างไรก็ตามปัญหาของคู่สมรสที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดนั้นไม่ซื่อสัตย์มีมานานแล้วซึ่งบางคู่ก็ทำใจยอมรับไม่ได้จนในที่สุดก็ต้องเลิกรากันไปแต่บางคู่ก็ยังคงทนอยู่เพื่อหวังว่าฝ่ายที่มีกิ๊กนั้นจะคิดได้และกลับมาซื่อสัตย์เหมือนเดิม

สำหรับสังคมไทยในปัจจุบันนั้นความซื่อสัตย์เป็นเรื่องที่หาได้ยากมากในคู่ชีวิตแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เกิดขึ้นเลยดังนั้นทางที่ดีที่สุดก่อนที่จะตัดสินใจแต่งงานกันจึงจำเป็นต้องศึกษานิสัยใจคอกันให้มากเพื่อที่แต่งงานไปแล้วจะได้ไม่มีปัญหาตามมาภายหลังเหมือนกับคู่นี้นั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  hiallbet

เด็กหญิงวัย 11 ขวบถูกชายข้างห้องลวงไปข่มขืน

                เมื่อวันที่ 20 เดือนสิงหาคมปีพศ2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ. ปากเกร็ดจังหวัดนนทบุรีได้รับแจ้งเหตุจากนางเอ ซึ่งเธอได้พาลูกสาววัย 11 ขวบเดินทางมาที่สถานีตำรวจเพื่อทำการแจ้งความดำเนินคดีกับชายคนหนึ่งซึ่งเธอบอกว่าชายคนดังกล่าวนั้นเป็นเพื่อนข้างห้องที่อาศัย

อยู่ในคอนโดที่พักของเธอโดยเธอบอกว่าตัวเธอเองนั้นมีอาชีพเป็น รปภ. อยู่ในโรงเรียนแห่งหนึ่งซึ่งเป็นโรงเรียนที่อยู่ในจังหวัดนนทบุรีโดยปกติแล้วตัวเธอเองจะต้องออกไปทำงานทุกวันพร้อมกับสามีเลยจะปล่อยให้ลูกสาววัย 11 ขวบนั้นอยู่ภายในห้องพักคนเดียว

เนื่องจากว่าฐานะของเธอและสามีนั้นยากจนไม่มีเงินที่จะส่งลูกไปเรียนหนังสือจึงได้ให้ลูกออกจากโรงเรียนและอยู่ภายในห้องพักอย่างเดียวเท่านั้นโดยในวันเกิดเหตุเธอได้กลับมาพบว่าลูกสาวของเธอนั้นได้เล่าให้ฟังว่าถูกเพื่อนข้างห้องนั้นรวมไปในห้องของเขาแล้วข่มขืนซึ่งตอนนี้หลังจากที่ข่มขืนเสร็จชายคน

ดังกล่าวก็ได้พาภรรยาและลูกย้ายออกจากหอพักเป็นที่เรียบร้อยแล้วเธอจึงต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยประสานงานติดตามตัวมาดำเนินคดีให้สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเด็กหญิงวัย 11 ขวบได้เล่าว่าในขณะที่อยู่ในห้องพักนั้น 

ได้มีผู้ชายข้างห้องซึ่งเธอรู้จักเป็นอย่างดีมาเคาะห้องแล้วเรียกให้เธอไปช่วยจับหนูซึ่งอยู่ในห้องของชายคนดังกล่าวเธอจึงได้ไปช่วยจับหนูแต่เมื่อเข้าไปในห้องปรากฏว่าใช้คนดังกล่าวนั้นได้ล็อคประตูห้องหลังจากนั้นก็ลงมือข่มขืนเมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้

ก็ปล่อยตัวเธอกลับห้อง  และเมื่อแม่ของเธอกลับมาเธอจึงเล่าเรื่องราวดังกล่าวให้แม่ของเธอฟังแต่เมื่อไปเคาะประตูห้องของชายคนดังกล่าวก็ปรากฏว่าเขาได้ย้ายห้องหนีไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วซึ่งทางด้านรปภที่รักษาความปลอดภัยอยู่ที่คอนโดดังกล่าวก็บอกว่าเห็นชายคนดังกล่าวพร้อมกับภรรยา

และรูปเก็บข้าวของออกจากคอนโดตั้งแต่ช่วงเวลากลางวันแล้วซึ่งทางด้าน  รปภ. เองก็ไม่ทราบว่าชายคนดังกล่าวนั้นได้ก่อเหตุข่มขืนเด็กจึงไม่ได้มีการรั้งตัวเอาไว้เพราะโดยปกติแล้วชายคนดังกล่าวจะมีนิสัยเงียบขรึมไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกับใครอีกทั้งหลายคน

มองว่าผู้ชายเองก็มีเมียและมีลูกซึ่งไม่มีใครคาดคิดว่าเขาจะก่อเหตุทำร้ายเด็กวัย 11 ขวบได้เพราะตัวเขาเองก็มีรูปด้วยเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามขณะนี้ผู้ปกครองของเด็กวัย 11 ขวบได้พาเด็กไปตรวจร่างกายเป็นที่เรียบร้อยแล้วและมีร่องรอยการถูกข่มขืนจริงซึ่งตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบชื่อและนามสกุลคนร้ายเป็นที่เรียบร้อยแล้วกำลังจะเร่งดำเนินการประสานงานจับกุมตัวมาดำเนินคดี

 

สนับสนุนโดย    ชุดตรวจ hiv

เด็กเล่นกันในรถเปิดประตูไม่ได้เสียชีวิต  

เมื่อเราได้เห็นข่าวตามทีวีหรือว่าหนังสือพิมพ์หรือว่าตามโซเชี่ยวต่างๆนั้นเราก็จะเห็นว่ามีข่าวเด็กสองสองคนที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน  ที่มาเล่นด้วยกันเป็นประจำอยู่แล้ว  เพราะว่าพ่อแม่เด็กทั้งสองคนนั้นก็ต้องไปทำงาน  ที่เราได้รายข่าวไป  ซึ่งเด็กทั้งสองคนเป็นเด็กผู้หญิงทั้งคู่มีอายุ  5 ขวบ กับ6 ขวบ 

       เมื่อเราได้รับรายงานมาว่ามีเด็กเสียชีวิตอยู่สองคนที่จังหวัดสุพรรณบุรี โดยที่เกิดเหตุที่เรานั้นได้ทราบชื่อว่ามีน้องว่านที่อายุ 6 ขวบ กับน้องข้าวหอมที่อยู่5 ขวบที่สองคนนี้เป็นการว่าเล่นตามปกติ  แต่ว่าวันที่เกิดเหตุ เด็กสองคนมาเล่นกันที่รถที่จอดทิ้งไว้ใต้ต้นมะขามที่จอดอยู่อย่างนี้เป็นเวลาสามปีแล้ว  

  ด้วยความที่ว่าเด็กนั้นเล่นกันก็คงปั่นจักยานไปซื้อขนม และคงเล่นกันเห็นรถจอดอยู่ก็เลยที่จะเข้าไปกันโดยทางเด็กทั้งสองก็เข้าไปเล่นกันในรถ  จากนั้นคงประตูล็อกและเปิดออกไม่ได้เพราะว่าด้วยรถที่เก่าจอดทิ้งไว้มานาน ก็เลยเปิดไม่ออกทำให้เด็กทั้งสองหมดอากาศหายใจ  เลยเสียชีวิต  

     ทางแม่ของน้องข้าวหอมนั้นบอกว่าตนไปธุระที่ธนาคารกลับมาตนก็ไม่เห็นลูกคิดว่าลูกก็คงออกไปตามปกติก็เลยไม่ได้สนใจ จนกระทั่งรู้สึกว่าไปนานเกินก็เลยไปตามกัน  ส่วนทางพ่อแม่ของน้องว่านนั้นก็ไปทำงาน  เพราะว่าน้องนั้นอยู่กับตากับยาย  โดยทางยายได้โทรไปบอกกับแม่น้องว่านว่า ลูกหายไปหาไม่เจอตั้งแต่เช้า  จนตนนั้นต้องกลับและทั้งสองฝ่ายก็ต่างตามหากัน  เพราะว่าไม่รู้ว่าลูกไปเล่นที่ไหน ส่วนทางด้านยายก็กลัวว่าหลานนั้นจะปั่นจักยานตกน้ำหรือเปล่า  

  ไปถามทางร้านค้าที่น้องทั้งสองชอบมาซื้อขนมกันได้บอกว่าน้องทั้งสองได้มาซื้อขนมไปสองรอบแล้ว  และก็กลับบ้าน  ส่วนคนที่เห็นน้องมาเล่นที่รถนั้นก็ยังบอกว่าไล่ให้เด็กทั้งสองกลับบ้านแต่ว่าไม่คิดว่าจะมาเจอเด็กทั้งสองเสียชีวิตที่รถ  

  ส่วนทางเจ้าของรถก็ไม่รู้เรื่องเพราะว่ารถตนนั้นมาจอดอยู่ที่นี่เป็นเวลาสามาปีแล้ว  โดยส่วนตัวตนก็ไปทำงานก็ไม่ค่อยรู้เรื่องแต่พอมีรู้ว่ามีเด็กมาเล่นตนไม่ได้ว่าอะไร  จนมาเกิดเหตุในวันนี้เพราะว่าส่วนตัวตนก็ไม่ได้รู้จักเด็กทั้งสองคน

แต่ว่าคนที่พบนั้นได้บอกกับญาติให้มาดูน้องทั้งสองคนที่อยู่ในรถจนทำให้เด็กคนหนึ่งนั้นเกิดมือหงิกแล้ว  ส่วนอีกคนก็เอาขาพาดที่ประตู สรุปทั้งสองคนนั้นเสียชีวิตมาแล้ว ห้าชั่วโมง โดยที่ไม่พบร่องรอยในการถูกทำร้าย

 

สนับสนุนโดย  สูตรหวยยี่กี หวยดี